ง่วงนอน

posted on 16 Jan 2012 08:48 by atthemoment
ง่วงนอนแต่เช้า
ก็หมายถึงเมื่อคืนนอนดึก นอนไม่หลับ เลยนอนไม่พอ
ไม่อยากมาทำงาน แต่ก็ต้องมาทำงาน
เพราะมาทำงานก็ไม่มีอะไรให้ทำเลยช่วงนี้
มันยิ่งพาลให้ง่วงหนักเข้่าไปอีกนิ
.
.
.
 
ง่วง...ฮ้าววววววว
 
At the Moment

เรื่อยๆเปื่อยๆ

posted on 13 Jan 2012 15:46 by atthemoment
นั่งทำงาน โดยที่ไม่ค่อยมีงานให้ทำ
ฟุ้งซ่าน
แอบดูหนังเลส สองเรื่องเชียว ในวันนี้
เกิดความรู้สึก
มากมาย ก่ายกอง
 
สับสนในความคิด
สับสนในตัวเอง
ความสุข
ความฝัน
ความหวัง
ความอยาก
ความจริง
การกระทำ
 
ดาวน์โหลดหนังฟรีในเนท
บางครั้งเราก็เคร่งครัดมากเกินไป
บางครั้งก็ปล่อยปละละเลย
 
ตกลงมึงจะเอายังไงกันแน่ ฮ่าๆๆๆ
 
การโหลดหนังก็คือการขโมย เพราะเราไม่ซื้อ ใช่หรือไม่
แต่ถ้าคนให้เค้าเต็มใจให้ เราจะถือว่าเป็นขโมยอยู่หรือไม่
ผิดศีลหรือไม่
เพื่อนให้ยืมดูหนัง ผิดมั้ย
หรือยืมกันดูไม่ได้ ต้องซื้อ
การซื้อคือการเป็นเจ้าของรูปแบบ Full package
ยืมคือ...การเป็นเจ้าของชั่วคราว
เสพสมเสร็จแล้วก็คืนเค้าไป ไม่สามารถครอบครองได้ตลอดไป
หากว่าเค้าให้ยืมอย่างยินยอม ก็ไม่ผิดศีล
แต่ยืมแฟน ... ถ้าเจ้าของให้ยืม และเจ้าตัวยินยอม ก็ไม่น่าจะผิดนิ ฮ่าๆๆ
 
เสียงคอนเสิร์ตนักเรียนดังแว่วดังอยู่ข้างหลัง เบื้องล่างของตึกสูงใจกลางเมือง
ดูพวกเด็กๆแม่งมีความสุขกันดีจัง แหกปาก เท่จริงๆ
 
อนาคต ปัจจุบัน เรากำหนด
 
คิดมาก คิดเดิมๆ ก็เจอเรื่องเดิมๆ
ทำอะไรดีให้เกิดการพัฒนา
งานไม่มีก็เบื่อ
งานมากไปก็บ่น
หาอะไรดีๆทำ
 
กังวลมากไปก็เดินถอยหลัง
ไม่กังวลเลย...อาจจะดีก็ได้
ใช้ชีวิตถูกต้องบนศีลธรรม
แต่มีจินตนาการโลดแล่น มีความสนุก มีความฝัน
 
จินตนาการเรื่องเอกซ์ๆ ก็สนุกไปอีกแบบ
เขียนมั่วไปมั่วมา ตามความคิดที่ pop up ขึ้นมาในหัว ก็บ้าบอดี
พิมพ์ตามที่คิด เขียนตามที่รู้สึก
เบื่อแล้วว่ะกฎเกณฑ์
แต่ก็ต้องคอยสะกดคำให้ถูกต้องอยู่เสมอ
 
แม่งอย่างบ้าดีเดือด
คิดถึงตอนมัธยม
ความรัก puppy love
ตื่นเต้น หวาดเสียว จินตนาการบรรเจิดเกี่ยวกับเพื่อนสนิท คิดไปได้... ฮ่าๆๆ
 
เอาใหม่ เริ่มใหม่ ได้ทุกขณะ
 
หลุดจากกรอบเดิมๆ
ทำตัวอิสระทันที ตอนนี้และตลอดไป
ไม่มีใครห้ามได้นอกจากตัวเอง
ที่ผ่านมาก็ตัวเราเองนั่นแหละ...ที่ปิดกั้น
 
Bloomington ทำเอารู้สึกอึดอัด
แต่มันก็สวยงามใน love scene
 
At the Moment
 

edit @ 13 Jan 2012 16:07:15 by At the Moment

สิ่งที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากมากอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งนี้คือ การให้อภัย
เหมือนเราจะให้อภัยเค้าแล้ว
แต่พอเจออะไรมากระตุ้นซักอย่าง
อารมณ์โกรธแค้นก็กลับมา มันยังอยู่
ดังนั้น พระพุทธเจ้าท่านจึงตรัสว่า
 
 
"อภัยทานัง อามิสทานัง ชินาติ" ซึ่งแปลว่า "การให้อภัยทานย่อมชนะเสียซึ่งการให้ทั้งปวง" ดังนี้

คำว่า ทาน แปลว่า การให้ 
การให้นี้มีอยู่ ๒ อย่างด้วยกันที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าท่านตรัสไว้
ให้สรรพสิ่งของต่าง ๆ อย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า อามิสทาน ได้แก่ การให้วัตถุ 
จะเป็นเงินหรือวัตถุสิ่งของ เครื่องใช้ เครื่องบริโภคก็ตาม เรียกว่า อามิสทานทั้งนั้น

ทานอีกส่วนหนึ่งที่องค์สมเด็จภควันต์ทรงกล่าวก็ได้แก่
ธรรมทาน ธรรมทานในที่นี้ก็ได้แก่ การบอกธรรม 
คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ชี้เหตุผล ให้รุ้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อย่างนี้เป็นต้นอย่างหนึ่ง อย่างนี้เขาเรียกว่า ธรรมทาน 

ธรรมทาน อิกส่วนหนึ่งที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากล่าวว่าสำคุญที่สุดจัดว่าเป็น
ปรมัตถทาน คือ เป็นทานที่ไม่ต้องลงทุน คือ อภัยทาน 

ทานทั้งสองอย่างนี้ คือ อามิสทานกับอภัยทานนี้มีผลต่างกัน อามิสทานนั้นให้ผลอย่างสูง
ก็แค่กามาวจรสวรรค์ ตามนัยที่องค์สมเด็จพระพิชิตมารตรัสไว้ว่า "ทานัง สังคคโส ปาณัง" 
คือว่า การให้ทานย่อมเป็นปัจจัยเป็นบันไดไปสู่สวรรค์ นี่สำหรับ อามิสทาน
แต่สำหรับ ธรรมทาน กล่าวคือ ให้ธรรมเป็นทานก็ดี ให้อภัยทานก็ดี
ทานทั้งสองประการนี้เป็นปัจจัยแห่งพระนิพพาน 

สำหรับธรรมทาน ทานที่ ๒ นี่มีความสำคัญมาก การให้ธรรมเป็นทานกล่าวคือ
นำพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
เอามาแนะนำแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าเทศน์เองไม่เป็นก็ไปหาคนอื่นมาเทศน์แทน
อย่างนี้ก็ชื่อว่า เจ้าภาพเป็นผู้เทศน์เหมือนกัน เรียกว่าเอาคนมาพูดแทน
การให้ธรรมทานเป็นปัจจัยใหญ่ เพราะการให้ธรรมทานบุคคลได้ฟังแล้วจะเกิดปัญญา
สิ่งใดที่ไม่เคยรู้มาแล้วก็จะได้มีความรู้ขึ้น เมื่อมีความรู้แล้วก็เกิดความมั่นใจ
มีปัญญาเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ใด บุคคลผู้นั้นก็เป็นผู้หลีกความทุกข์ได้
ถ้าปัญญามีมาก ก็หลีกความทุกข์ได้มาก ปัญญาน้อยก็หลีกความทุกข์ได้น้อย
ดีกว่าคนที่ไม่มีปัญญาเลย ไม่มีโอกาสจะหลีกความทุกข์ได้ นี่ว่ากันถึงธรรมทาน 

ธรรมทานอีกส่วนหนึ่งที่มุ่งหมายจะเทศน์กันในวันนี้ก็คือ อภัยทาน 
อภัยทานนี้เป็นการให้ทานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยวัตถุ แล้วก็เป็นทานสูงสุด 
พระพุทธเจ้ากล่าวว่า ใครเป็นผู้มีอภัยทานประจำใจ คนนั้นก็เป็นผู้เข้าถึงปรมัตถบารมีแล้ว
คำว่า ปรมัตถบารมีนี้ เป็นบารมีสูงสุดเป็นบารมีที่จะทำให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน
คำว่า อภัยทาน ก็ได้แก่ การให้อภัยซึ่งกันและกัน หามายความว่าคนใดก็ตาม
เขาทำให้เราขุ่นเคือง ทำให้เราไม่ชอบใจ ด้วยกรณีใดๆก็ตาม
ถ้าหากเราคิดพิจารณาเข่นฆ่าจองล้างจองผลาญ ถ้าเขาด่าเรา
เราคิดว่าโอกาสสักวันหนึ่งข้างหน้าเราจะด่าตอบ เขาลงโทษเรา
เราจะลงโทษเขาตอบ เขาตีเรา เราคิดว่าเราจะตีตอบ แต่โอกาส มันยังไม่มี
คิดเข้าไว้ในใจว่า เราจะทำอันตรายตอบ อย่างนี้พระพุทธเจ้ากล่าวว่า เป็นอาฆาต
คือ พยาบาท เป็นไฟเผาผลาญดวงจิต เพราะคนที่เรากำลังคิดจะฆ่าก็ดี คิดจะประทุษร้ายก็ดี
นี่เขายังไม่ทันรู้ตัว เขามีความสุข เราคนที่คิดจะทำเขานั่นแหละ ตั้งแต่แรกหาความสุขไม่ได้
คบไฟแห่งความพยาบาทมันเข้าเผาผลาญ มีแต่ความร้อนรุ่มกลุ้มใจ คิดวางแผนการต่าง ๆ ว่า
เราทำยังไงถึงจะแก้มือเขาได้ โดยคนอื่นเห็นว่าไม่มีความผิด อารมณ์ที่คิดอยู่อย่างนี้
ยังตัดสินใจไม่ได้ ยังทำไม่ได้ มันเป็นไฟเผาผลาญคนคิดนี่แหละ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
เพราะอำนาจโทสะเข้าสิงใจ นี่เอำนาจโทสะหรือพยาบาทมันเริ่มเผาผลาญตั้งแต่คิด
แต่คนที่ถูกคิดประทุษร้ายนั้น เขายังมีความสุข ทีนี้ถ้าเราไปทำเขาเข้าอีก
ไอ้โทษมันก็จะหนักขึ้น ทำเขาเข้าอีก เขายิ่งจะแก้มือใหญ่ ถ้าเขาไม่แก้มือ
ทางกฏหมายก็จะยื่นมือมาช่วยเหลือ ความทุกข์ใหญ่ก็จะเกิดขึ้น 

ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๐๖ หน้า ๗๕-๗๘
 
At the Moment

edit @ 11 Aug 2011 21:53:33 by At the Moment

edit @ 13 Jan 2012 15:44:18 by At the Moment